เทคนิคทำงานอยู่บ้านยังไงไม่ให้เครียด พร้อมทริคสร้างบรรยากาศให้น่าทำงาน

เทคนิคทำงานอยู่บ้านยังไงไม่ให้เครียด พร้อมทริคสร้างบรรยากาศให้น่าทำงาน

เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ระบาดวันละหมื่นสองหมื่นคน จึงทำให้หลายคนต้อง Work From Home กัน และล่าสุดมีผลสำรวจจาก Cigna บริษัทให้บริการด้านสุขภาพแห่งสหรัฐอเมริกา พบว่าคนไทยมีความเครียดเพิ่มมากขึ้นกว่า 52% ผลจากการระบาดของโรคโควิด-19 และ ความวิตกกังวลเรื่องงานกลัวว่าทำงานที่บ้านแล้วจะออกมาไม่ดี และอีกอย่างคือ พื้นที่ทำงานและพื้นที่ในห้องที่เป็นพื้นส่วนตัว กลับกลาย เป็นพื้นที่เดียวกันไปโดยปริยาย วันนี้ banseechompu.com จึงมี  เทคนิคทำงานอยู่บ้านยังไงไม่ให้เครียด พร้อมทริคสร้างบรรยากาศให้น่าทำงาน ไปดูเทคดี ๆ กันดีกว่าค่ะ

เทคนิคทำงานอยู่บ้านยังไงไม่ให้เครียด พร้อมทริคสร้างบรรยากาศให้น่าทำงาน

1.เข้า-ออกงาน เวลาเดิมเหมือนตอนทำงานที่ออฟฟิศ

1.เข้า-ออกงาน เวลาเดิมเหมือนตอนทำงานที่ออฟฟิศ

ไม่ว่าจะทำงานอยู่บ้านคุณหลายคนคิดว่า ทำงานอยู่บ้านจะเข้างาน ทำงาน ตอนไหนก็ได้ ซึ่งอาจทำให้ชั่วโมงทำงานไหลไปเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง ไม่ต้องห่วงรถติด ตกเย็นค่ำมืดก็ไม่มีใครมาปิดไฟไล่ แต่หากเป็นแบบนี้บ่อย ๆ เวลาที่ควรจะเลิกงานและเวลาส่วนตัวที่เอาไว้พักผ่อนจะถูกกลืนกินหายไป ซึ่งจะทำให้ Work life balance พังตามไป แนะนำว่า ให้เข้างานตามเวลาของออฟฟิศ พยายามทำงานให้เสร็จตามกำหนด และปิดคอมทันทีเมื่อถึงเวลาเลิกงาน เพื่อเข้าสู่โหมดพักผ่อน ทางที่ดีควรงดตอบอีเมล หรือตอบไลน์เรื่องงาน เพื่อบอกให้คนอื่น ๆ รู้ว่านี้เป็นเวลาเลิกงานของเราแล้ว

2.ลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัว ทานอาหารเช้า

ลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัว ทานอาหารเช้า

หลายคนคิดว่าทำงานที่บ้านไม่ต้องรีบร้อนไปไหน เพราะไม่ได้แข่งขันกับเวลา ไม่มีรถติด ไม่ต้องโหนรถเมล์เบียดใคร แต่เราแนะนำว่า ให้ตั้งปลุกเวลาเดิม เหมือนกับตอนที่ต้องออกไปทำงานออฟฟิศ จากนั้นก็ลุกขึ้นอาบน้ำให้สดชื่น แต่งหน้าแต่งตัวและทานอาหารเช้าเพิ่มพลัง การทำกิจวัตรเดิม ๆ จะส่งผลต่อความรู้สึก ให้เรารู้สึกตัวว่ากำลังจะต้องไปทำงาน เป็นเทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยเพิ่มความแอคทีฟนั่นเองค่ะ

3.หาพื้นที่ทำงานเฉพาะกิจ ไม่นั่งทำงานบนเตียง

หาพื้นที่ทำงานเฉพาะกิจ ไม่นั่งทำงานบนเตียง

ทุกคนควรหลีกเลี่ยงการทำงานบนเตียงนอนของตัวเอง เพราะเอาแต่ความสบาย คิดว่าทำงานที่ไหนก็ได้ แต่นี่ข้อห้ามสำคัญ เพราะสมองจดจำเอาไว้ว่าเตียงคือพื้นที่สำหรับนอนพักผ่อน การนั่งทำงานบนเตียงจึงชวนให้ง่วง และไม่มีสมาธิจดจ่อกับงานได้เท่าที่ควร เมื่องานไม่เสร็จเพราะเผลองีบก็ต้องมานั่งเครียดอีกระลอก

4.ถึงจะทำงานที่บ้าน แต่เก้าอี้ก็ต้องนั่งสบาย

ถึงจะทำงานที่บ้าน แต่เก้าอี้ก็ต้องนั่งสบาย

อีกหนึ่งอย่างที่เป็นสาเหตุของความเครียดเมื่อต้องทำงานที่บ้าน คือ เก้าอี้ที่นั่งไม่สบาย ส่งผลให้ปวดคอบ่าไหล่ หลายคนปวดลุกลามไปจนถึงศีรษะและกระบอกตา เมื่อปวดมากก็ย่อมทำให้เสียสมาธิ คิดงานไม่ออก ไม่สามารถจดจ่อกับงานได้ และเมื่อยิ่งเครียดก็ยิ่งทำให้ปวดหนักกว่าเดิม แนะนำว่าให้ลงทุนกับเก้าอี้นั่งทำงานดีๆ ซักตัว แล้วคุณจะพบว่าแค่เปลี่ยนเก้าอี้ก็ทำให้ชีวิตการทำงานดีขึ้นได้จริง ๆ ไม่เชื่อต้องลองนะคะ

5.ทำงานติดกันหลายชั่วโมง อย่าลืมหาเวลาพักเบรก

ทำงานติดกันหลายชั่วโมง อย่าลืมหาเวลาพักเบรก

ผลการวิจัยจากเว็บไซต์ฮาร์วาร์ดบิสสิเนตรีวิว (Hardvard Business Review) ระบุว่า ระยะเวลาการทำงานที่สมดุล และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงานได้ คือ ทำงาน 57 นาที และพักเบรก 17 นาที ดังนั้น ช่วงที่ต้องทำงานที่บ้าน ลองกำหนดเวลาทำงาน สลับกับการพักเบรกช่วงสั้นๆ อาจจะออกไปชงกาแฟ เช็กโซเชียล เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือดูคลิปตลกๆ ให้ผ่อนคลาย จะช่วยลดความตึงเครียดลงได้ ทั้งยังเป็นการพักสายตาจากหน้าจอคอมที่มีแสงสีฟ้า ซึ่งอาจทำให้ปวดตาได้อีกด้วย

วิธีจัดบ้านให้น่าทำงาน ไม่น่าเบื่อ

1.หาต้นไม้ขนาดเล็กมาตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน

ก่อนอื่นเลยเราต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับมุมทำงานของเรา ด้วยต้นไม้เล็ก ๆ อย่างแคตตัสเหมาะที่สุดแล้วค่ะ เพราะแคตตัสมีขนาดกะทัดรัด ไม่เกะกะ นอกจากนี้ยังมีสีสันสวยงาม ดูแลง่าย หรือจะเป็นต้นไม้ชนิดอื่น ๆ ดูขนาดให้เหมาะกับโต๊ะ หรือมุมบ้าน เพราะสีเขียวจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากการทำงานได้

2.ควรเลือกเก้าอี้ขนาดใหญ่ นั่งสบาย

การนั่งทำงานสำคัญมาก ๆ ไม่ว่าจะทำงานอยู่บ้านหรือออฟฟิศ สิ่งดีที่สุดคือควรเป็นเก้าอี้แบบที่ใช้ในสำนักงาน เพราะเบาะและพนักพิงจะนุ่มมาก นั่งสบาย แต่ถ้าหากพื้นห้องเป็นพื้นปาเก้ ไม่สามารถใช้เก้าอี้แบบล้อเลื่อนได้ ก็ให้ใช้เก้าอี้ขนาดใหญ่แล้วเอาเบาะรองนั่งนิ่ม ๆ มาวางไว้แทนก็ได้ค่ะ

3.หลีกเลี่ยงการใช้โต๊ะเตี้ยนั่งทำงานกับพื้น

รับรองว่าคุณจะทำงานไม่สพดวกสบายแน่ ๆ ถ้านั่งทำงานอยู่กับพื้น เพราะถ้าใช้โต๊ะเตี้ยนั่งทำงานกับพื้น คุณจะต้องนั่งท่าขัดสมาธิเสียส่วนใหญ่ ทำให้เจ็บเข่าได้ นอกจากนี้จะเมื่อยง่าย ทำให้หงุดหงิดง่าย เบื่อง่ายไปด้วย ทางที่ดีควรนั่งโต๊ะ และเก้าอี้แบบปกติจะดีกว่า

4.อากาศถ่ายเทสะดวก

ต้องทำให้พื้นที่ทำงานของคุณถ่ายเทอากาศให้โล่ง ไม่รู้สึกแออัด หลายคนอาจเคยชินกับการทำงานในห้องแอร์ แต่สำหรับใครที่ช่วงนี้ต้องประหยัด เปิดพัดลมแทนแอร์ เพราะไม่อยากจ่ายค่าไฟแพง ๆ ก็ต้องเลือกห้องที่สามารถเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก หรืออย่างน้อยก็ต้องห้องที่ดูไม่อุดอู้ ไม่คับแคบ จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างสบาย

เป็นไงละคะ ใครที่กำลัง Work from home อยู่สามารถนำ เทคนิคทำงานอยู่บ้านยังไงไม่ให้เครียด พร้อมทริคสร้างบรรยากาศให้น่าทำงาน มาปรับใช้กับบ้านของตัวเองนะคะ อาจจะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้คุณคลายเครียดได้ อาจจะส่งผลดีให้สุขภาพจิตในช่วงนี้ดีขึ้น และทำงานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยค่ะ

แนะนำ 5 เมนูไข่เจียวสูตรหนานุ่ม เสกเมนูไข่ธรมดาให้น่ากิน

หลายๆ คนน่าจะคุ้นเคยกับเมนูง่ายๆ ที่ใครก็สามารถทำได้อย่างไข่เจียว ซึ่งแต่ละคนก็คงจะทำเนื้อไข่เจียวที่ไม่เหมือนกัน บางคนเคยทำไข่เจียวหน้าตาแบนเป็นกระดาษ แม้จะอร่อยแต่เคี้ยวไม่เต็มปากเต็มคำ ลองแปลงร่างเป็นไข่เจียวเนื้อหนากันดีไหม ฉะนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำ 5 เมนูไข่เจียวสูตรหนานุ่ม เสกเมนูไข่ธรมดาให้น่ากิน ซึ่งมีทั้งเมนู ไข่เจียวปู  ไข่เจียวกุ้งชีส ไข่เจียวซูเฟล่  ไข่เจียวเต้าหู้พริกขี้หนู ตามมาดูวิธีทำแต่ละเมนูกัน

5 เมนูไข่เจียวสูตรหนานุ่ม เสกเมนูไข่ธรมดาให้น่ากิน
5 เมนูไข่เจียวสูตรหนานุ่ม เสกเมนูไข่ธรมดาให้น่ากิน